ปัญหาของเด็กอนุบาล 3–5 ปี ที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไข - 2008-08-17









“ปัญหาของเด็กอนุบาล 3 – 5 ปี  ที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไข”

          ปัญหาที่พบบ่อยในเด็กอนุบาลเป็นปัญหาที่รบกวนการเรียนของเด็กและทำให้ครูรู้สึกลำบากใจ  เนื่องจากเด็กไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้เพราะมีข้อจำกัดเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ครูอาจต้องเฝ้าระวังและให้ความสนใจเป็นพิเศษเพราะเป็นสิ่งที่ขัดขวางการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์และสติปัญญาของเด็ก  สาเหตุสำคัญของของปัญหามาจากการเลี้ยงดูและการปลูกฝังตั้งแต่ในวัยก่อนเข้าเรียน  ซึ่งครูจำเป็นต้องเข้าใจและหาแนวทางแก้ไข

1. ขี้อาย  เป็นอาการที่พบบ่อยได้ในเด็กทั้งก่อนวัยเรียนและเด็กวัยอนุบาล  โดยลักษณะของเด็กขี้อาย  เช่ย  เวลาซ้อมการแสดงจะทำได้ดี  แต่เมื่อแสดงต่อหน้าผู้คนจะไม่สามารถทำได้  เนื่องจากอายไม่กล้า  ซึ่งทำให้ครูรู้สึกลำบากใจการในการจัดกิจกรรมให้กับเด็กเหล่านี้  สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากเด็กที่อยู่ในครอบครัวเล็ก ๆ มีเฉพาะพ่อ  แม่  พี่เลี้ยง  ห่วงเด็กมาก  ทำให้เด็กไม่มีทักษะทางสังคม  ไม้กล้าแสดงออก  อีกทั้งไม่มีโอกาสที่จะได้เล่นกับเพื่อนเนื่องจากพ่อแม่ที่ปกป้องมากเกินไป  เด็กไม่รู้จักรับผิดชอบงานต่าง ๆ ไม่มั่นใจ  ไม่กล้าทำสิ่งต่าง ๆ นอกจากนี้การเลี้ยงดูอย่างเร่งรัดเกินวัย  ทำให้เด็กไม่พร้อม  เกิดความกังวลใจ  หวั่นใจ  และไม่แน่ใจในการกระทำของตนเองและที่สำคัญคือการที่เด็กได้ถูกล้อเลียนจากเพื่อนเช่น  พูดไม่ชัดทั้ง ๆ ที่สติปัญญาดี  แต่ผลการเรียนไม่ดี   เพราะวิตกกังวลในเรื่องการถูกล้อเลียน
          แนวทางแก้ไข 
ให้เด็กได่มีโอกาสเล่นกับเพื่อนบ่อย ๆ ไม่จ้องดูและไม่กำกับการเล่น  พยายามอย่ากดดันให้เด็กทำสิ่งใดที่เกินวุฒิภาวะและพัฒนาการของเขา  และไม่ควรล้อเลียนในจุดด้วยของเด็ก  ให้เด็กฝึกรู้จักรับผิดชอบทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง  ทำการบ้าน  ช่วยเหลือครูในสิ่งที่สามารถทำได้

2.  ดื้อเอาแต่ใจ  ต้องการให้ตอบสนองแต่ความต้องการของตนเอง  เมื่อเติบโตขึ้นจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว  ไม่มีน้ำใจ  สาเหตุจากพ่อแม่ที่รักและเอาใจลูกมากิเกินไป  หรือเด็กเป็นลูกคนเล็ก  ลูกคนเดียว  เมื่อเข้าโรงเรียนทำให้เด็กเห็นแก่ตัวและเอาแต่ใจตนเอง
          แนวทางแก้ไข  ให้เด็กได้มีโอกาสตัดสินใจในการเล่น  มีกิจกรรมทั้งที่เป็นผู้นำและผู้ตามเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ว่า  ไม่สามารถยึดถือความคิดของตนเองเพียงฝ่ายเดียว  มีการตั้งกฏกติกาในการทำกิจกรรมและการเล่นที่ชัดเจน  หากทำผิดกฏจะมีการถูกลงโทษ

3.  ขี้เกียจ  ไม่รับผิดชอบ  มีสาเหตุมาจากพ่อแม่ที่ตามใจลูฏและช่วยทำทุกสิ่งทุกอย่างจนเด็กไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้  พ่อแม่มีความกังวลและห่วงลูกมากเกินไป  ไม่ให้ลูกช่วยเหลืองานต่าง ๆ ทีเด็กสามารถทำได้คิดแทนลูกในทุกเรื่อง
          แนวทางแก้ไข  ให้เด็กได้มีโอกาสในการช่วยเหลือตนเองโดยไม่ขัดขวางธรรมชาติความเป็นตัวของตัวเอง  เช่นเด็กอยากเล่นของเล่นที่โรงเรียนไม่ควรขัดขวางเพื่อให้เด็กได้มีอิสระในการคิดมากกว่าที่พ่อแม่ต้องคิดให้ตลอดเวลา  นอกจากนั้นควรมีกิจกรรมเสริมสร้างความเป็นตัวของตัวเอง  เช่น  ให้เด็กกำหนดการลงโทษเมื่อเล่นหรือทำผิดกติกา  ให้เด็กได้รับผิดชอบงานที่สามารถทำได้  อาจเป็นการช่วยเหลือครู  เช่น  ช่วยยกหนังสือ  ช่วยแจกสมุดการบ้านให้เพื่อน  ช่วยจัดเวร  รายงานชื่อเพื่อนที่ไม่มาโรงเรียน

4. ขยิบตา  เป็นอาการของเด็กในช่วงวัยอนุบาลที่ไม่สามารถควบคุมได้  โดยเด็กจะแสดงอาการกะพริบตาถี่บ่อย ๆ บางคนขยับมุมปากอาการเหล่านี้ไม่ใช่โรคติดต่อ  สาเหตุเกิดจากความเครียด  พันธุกรรมและสารเคมีบางอย่างในสมองผิดปกติ
          แนวทางแก้ไข    พยายามไม่สร้างความเครียดให้กับเด็ก  เพราะที่โรงเรียนเด็กอาจมีความเครียด  เช่น  เรื่องการเรียน  ความสัมพันธ์กับครู  ความสัมพันธ์กับเพื่อน  นอกจากนี้ไม่ควรย้ำถาม  หรือบังคับให้เด็กหยุดทำอาการขยิบตา  ให้เด็กได้มีโอกาสระบายอารมณ์หรือแสดงอารมณ์บ้าง  แต่มีอาการอยู่ตลอด 2 – 3 เดือน  แล้วยังไม่ดีขึ้นควรพาเด็กไปพบจิตแพทย์ 

5. ร้องกรี๊ดแล้วดิ้น  เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตามปกติ  อาจเป็นเพราะด้วยวัยอนุบาลที่ยังเอาแต่ใจตนเองใช้ความรู้สึกของตนเองเป็นศูนย์กลาง  ไม่ค่อยมีเหตุผล  ภาษายังไม่พัฒนาเต็มที่จึงต้องแสดงออกด้วยท่าทางและพฤติกรรมอีกทั้งในเรื่องของพื้นฐานอารมณ์ของเด็กเช่น เด็กที่มีพื้นฐานอารมณ์ร้อนจะปรับตัวยากเลี้ยงยาก  ไม่พอใจจะแสดงอารมณ์ร้อนได้รุนแรงซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเรียนรู้
          แนวทางแก้ไข 
ครูต้องใช้หลักการเรียนรู้กับเด็กโดยถ้าเด็กเรียนรู้ว่าพฤติกรรมใดเป็นพฤติกรรมที่ได้ประโยชน์ต่อตนเอง  เช่นได้รับความสนใจ  เด็กจะร้องหรือนอนดิ้นโดยไม่มีเหตุผล  ให้เบี่ยงเบนความสนใจโดยใช้วิธีนี้ซ้ำ ๆ แล้วในที่สุดจะเลือกร้องหรือลงนอนดิ้นเอง  ถ้าเบี่ยงเบนความสนใจแล้วยังไม่ได้ผล  ให้เมินเฉย  ถ้าเด็กจะร้องแรงขึ้นไปอีก  ในที่สุดเขาก็จะรู้ว่าขืนร้องต่อไปก็ไม่สามารถเรียกร้องความสนใจจากเราได้  เมื่อหยุดร้องก็อธิบายให้เด็กฟังว่า  “คราวหน้าไม่ต้องร้อง  มีอะไรก็บอกครูได้”  อย่างไรก็ตามควรต่องระมัดระวัง  มิให้เด็กได้รับอันตรายในขณะที่นอนดิ้นบนพื้น

จากบทความนี้คงเป็นแนวทางหนึ่งให้ท่านผู้ปกครองนำไปใช้ในการแก้ปัญหากับเด็กอนุบาลวัย 3 – 5 ปีได้

อ้างอิง : หนังสือคู่มือสร้างไอคิวเด็ก  สำหรับครูโรงเรียนอนุบาล  หน้า 123 – 127.  กรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุข